Thursday, 21 November 2019
 

PASSIVE INCOME: รายได้จากการไม่ทำงานจริงหรือ?


ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงทำให้ค่านิยมและทัศนคติต่อการทำงานแปรเปลี่ยนไปจากกระแสสังคมในสมัยเก่าที่ต้องการความมั่นคงในระบบราชการที่จะมีบำนาญให้กินให้ใช้ไปได้ตลอดชีวิตพัฒนาเข้าสู่แนวคิดของสังคมสมัยใหม่ในกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่ามีความคิดเกี่ยวกับการบริหารเงินและการลงทุนในแบบที่มีประสิทธิภาพและแนวคิดPASSIVE INCOME ที่บางคนอาจตีความหมายไปว่ารายได้จากการไม่ทำอะไรแต่ประเด็นที่ต้องพิจารณาก็คือรายได้จากการไม่ทำอะไรนี่มีจริงหรือ ?

financial-freedom

กระแสรายได้หรือเงินรับของแต่ละบุคคล อาจจำแนกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ ACTIVE และ PASSIVE INCOME โดย ACTIVEINCOME แปลได้ตรงตัวคือกระแสรายได้ที่มาจากการทำงาน เป็นเงินค่าจ้างที่ได้มาจากการใช้แรงงาน ไม่ว่าจะแรงงานทางกายหรือสมอง ดังนั้น ACTIVEINCOME จึงเป็นรายรับที่ได้มาจากการทำงานที่เราใช้เวลาเพื่อแลกมาซึ่งรายได้ เมื่อเราไม่ทำงาน รายได้นี้จะหายไป ในขณะที่ PASSIVE INCOME คือรายได้ซึ่งเกิดจากการไม่ต้องทำงาน แต่ PASSIVE INCOME เป็นรายได้ที่เกิดขึ้นได้เอง ไม่ต้องทำงานและไม่ต้องใช้เวลาจริงหรือ  ?

 ผมจะขอแบ่งลักษณะของ PASSIVE INCOME เป็น 3 แบบ เพื่ออภิปรายเป็น 3 ลักษณะ

1. PASSIVE INCOME ที่มาจากสวัสดิการ PASSIVE INCOME ลักษณะนี้ได้มาจากการทำงานที่มีสวัสดิการตอบแทนหลังเกษียน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ ระบบบำนาญของข้าราชการ ซึ่งน่าจะเป็นลักษณะของ PASSIVE INCOME แท้จริง คือไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องใช้แรงกายหรือแรงสมอง ไม่เสียเวลา ก็ได้รายรับอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตามPASSIVE INCOME แบบนี้จะได้มาก็ต่อเมื่อทำงานเพื่อรับ ACTIVEINCOME ในระบบราชการติดต่อกันหลายสิบปี หรือในตัวอย่างของระบบประกันสังคมและกองทุนการออมแห่งชาติที่นำระบบรายได้ต่อเนื่องในช่วงสูงวัยมาใช้ ก็อาจตีความว่าเป็น PASSIVE INCOME ที่ได้จากสวัสดิการด้วยส่วนหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม PASSIVE INCOME สองประเภทหลังนี้ มีการเติมเงินจากผู้ได้รับ PASSIVE INCOME เข้าไปด้วย มิใช่เพียงอยู่เฉยๆก็ได้เงิน หากจำเป็นต้องมีเงินเข้าไปในระบบเสียก่อนถึงจะได้เงินกลับคืนมาแบบ PASSIVE ทว่าเงินที่เราเติมเข้าไปนั้นมีนายจ้างหรือรัฐช่วยสมทบให้เพิ่มจำนวนขึ้น มิใช่จากดอกผลของการลงทุนเพียงอย่างเดียว

2. PASSIVE INCOME ที่มาจากการนำเงินไปลงทุน PASSIVE INCOME ในข้อนี้ เป็นลักษณะของ PASSIVE INCOME ที่คนส่วนใหญ่อนุมานถึง และเป็น PASSIVE INCOME ที่คนรุ่นใหม่ชื่นชอบ โดยใช้คำพูดที่ว่าให้เงินทำงานแทน ซึ่งการลงทุนก็มีการแบ่งจำแนกประเภทตามความเสี่ยง กลุ่มการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำก็เช่น ดอกผลจากการฝากธนาคาร รางวัลและดอกผลจากสลากออมสิน ดอกผลจากพันธบัตรรัฐบาล ผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนตลาดเงินและตราสารหนี้ เป็นต้น

กลุ่มการลงทุนประเภทนี้มีข้อดีคือโอกาสขาดทุนน้อยมาก แต่ก็มีข้อเสียคือผลตอบแทนต่ำ จนอาจแพ้อัตราเงินเฟ้อ เป็นการลงทุนที่ไม่อาจสร้าง PASSIVE INCOME ที่เพียงพอต่อการใช้จ่ายในผู้ที่มีทรัพย์สินน้อยกว่าหลักหลายสิบหรือร้อยล้าน ในขณะที่การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงก็เช่น การลงทุนในตลาดหุ้น การลงทุนในกองทุนหุ้นทั้งในและต่างประเทศ การลงทุนในบริษัท Start up หรือการลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในรูปแบบของการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เพื่อปล่อยเช่า เช่น ให้เช่าคอนโดมีเนียม หรือลงทุนผ่านกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ผลตอบแทนจากการลงทุนเหล่านี้มักจะสูง เอาชนะอัตราเงินเฟ้อได้ สามารถสร้างกระแส รายรับที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตโดยใช้ทุนที่ต่ำกว่าการลงทุนในแบบที่มีความเสี่ยงต่ำมาก

แต่การลงทุนประเภทนี้ก็ย่อมตามมาด้วยความเสี่ยงที่สูงมากด้วยเช่นกัน และถ้าหากต้องการลดโอกาสการขาดทุนก็จำเป็นต้องศึกษาความรู้เกี่ยวกับลักษณะของสินทรัพย์ที่ต้องการลงทุน ทั้งในแง่พื้นฐานหลักการ และติดตามสถานการณ์ในปัจจุบัน คือต้องทุ่มเท ทั้งเวลา แรงสมอง และแรงงานในการคิดวางแผนการลงทุน อย่างไรก็ดีการทำงานเพื่อให้ได้ PASSIVE INCOME ในลักษณะนี้ก็ยังมีข้อได้เปรียบ ACTIVEINCOME ในแง่ของอิสระ โดยสามารถที่จะเลือกสถานที่และเวลาในการทำงานได้ คล้ายลักษณะของงาน Freelance แต่เป็นการทำงานที่ผลกำไรตกเป็นของตัวเองทั้งหมด โดยใช้เงินลงทุนของตัวเองเช่นกัน

3. PASSIVE INCOME จากค่าลิขสิทธิ์ PASSIVE INCOME ในลักษณะนี้จะคล้ายคลึงกับ ACTIVEINCOME คือเราใช้แรงงานแลกมาซึ่งรายได้ เพียงแต่การทำงานแบบ ACTIVEINCOME นั้นรายได้ที่ได้มาจากงานชิ้นหนึ่งๆจะมีเพียงแค่ก้อนเดียว เช่น ค่าเขียนบทความ 1 บท คือ 500 บาท ในขณะที่ ค่าลิขสิทธิ์ที่จ่ายในลักษณะ PASSIVE INCOME จะเป็นกระแสเงินรับต่อเนื่อง เช่น ได้รับค่าลิขสิทธิ์ 10% ของราคาปก คูณกับจำนวนยอดขาย ในแต่ละเดือนที่มียอดขายก็จะสามารถทำรายได้ได้อย่างต่อเนื่อง

PASSIVE INCOME ในลักษณะนี้นอกจากการเขียนบทความ เขียนหนังสือแล้ว ยังมีงานลิขสิทธิ์ประเภทอื่นที่น่าสนใจอีก เช่น การทำสติกเก่อร์ไลน์ขาย การเขียนโปรแกรมโทรศัพท์มือถือขาย การอัดวีดีโอลงขายในเว็บไซต์ออนไลน์เป็นต้น PASSIVE INCOME แบบนี้แม้ดูเผินๆ อาจต้องมีการลงทุนลงแรงเพื่อสร้างชิ้นงานอันเป็นลิขสิทธิ์ก่อน  หากทว่าเป็น PASSIVE INCOME ที่สร้างได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องมีเงินลงทุนเริ่มแรกแบบPASSIVE INCOME จากการลงทุน หรือ ต้องทำงานในระบบราชการมานาน แบบ  PASSIVE INCOME ที่มาจากสวัสดิการ เช่นกัน

แนวคิดการสร้าง PASSIVE INCOME เป็นแนวคิดที่น่าสนใจ แม้ว่า PASSIVE INCOME ที่แท้จริงอาจหาได้ยาก ทว่า PASSIVE INCOME ส่วนมากก็ยังใช้ แรงงาน เวลา และการทำงานที่น้อยกว่า การทำงานแบบ ACTIVE INCOME อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องพึงระลึกคือ PASSIVE INCOME มักตามมาด้วยความเสี่ยงเสมอ และวินัยในการหาความรู้ก็เป็นเรื่องสำคัญของผู้ที่ต้องการสร้าง PASSIVE INCOME แบบยั่งยืน

ขอบคุณรูปภาพจาก
https://pixabay.com