Thursday, 21 November 2019
 

การเงินแบบไหน สำหรับ FREELANCE

การเงินเป็นสิ่งที่ต้องรู้ จำเป็นในการดำรงชีวิต บางคนอาจพูดว่าเงินนั้นไม่สามารถซื้อความสุขให้เราได้ แต่เมื่อไม่มีเงินซื้อข้าว ซื้ออาหาร หาที่อยู่ แล้วชีวิตเราจะมความสุขหรือไม่

ดังนั้นการเข้าใจและวางแผนทางการเงินจึงมีความสำคัญกับบุคคลทุกเพศทุกวัย เพราะถ้าเราไม่สามารถที่จะบริหารเงินเป็นเราก็จะไม่มีเงินเก็บอย่างเพียงพอที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขทั้งในเวลาปัจจุบันและเวลาในอนาคตครับ

FREELANCE

และในบทความนี้เราจะมาแนะนำการบริหารเงิน สำหรับ FREELANCE กันบ้างครับ เชื่อว่าคนยุคใหม่จำนวนไม่น้อยเลยที่จะชอบการใช้ชีวิต สไตล์ในรูปแบบของ FREELANCE ที่ไม่จำเป็นต้องเข้างานออกงานตรงเวลา ไม่จำเป็นต้องทำงานทุกวัน ไม่จำเป็นต้องฝ่ารถติดในชั่วโมงเร่งด่วน หรือไม่จำเป็นที่จะต้องประจบเอาใจเจ้านายให้ได้ดี

แต่กระนั้นการเงินของ FREELANCE ก็มีข้อจำกัดมากกว่า ไม่ว่าจะโดนเบี้ยวค่างานมากกว่าพนักงานประจำที่ทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียง หรือการมีงานเข้ามาไม่ต่อเนื่อง เดือนนั้นได้ค่าจ้างมากเพราะมีงานเข้ามามากกว่า อีกเดือนที่ได้รับค่าจ้างน้อย เพราะมีงานเข้ามาในปริมาณที่น้อยกว่านั่นเอง

แล้วที่นี้จึงอาจเกิดปัญหาที่ว่าแล้วเราจะเก็บออมอย่างไรดี ในเมื่อแต่ละเดือนมีรายได้ไม่เท่ากัน คำตอบก็คือให้คิดเป็น% จากรายรับที่ได้รับในแต่ละงวดงานครับ เช่น สมมติเพิ่งได้รับรายได้จากการพัมนาเว็บไซต์มาจำนวนห้าหมื่นบาท ก็ให้หักออกเข้าบัญชีการออมทันที 5000 บาท เป็นต้น เพียงเท่านี้เราก็สามารถจัดการการออมได้เช่นเดียวกัน

ปัญหาที่สำคัญของ FREELANCE ก็คือรายได้ที่เข้ามาอย่างไม่ต่อเนื่องดังที่กล่าวไปแล้วในข้างต้น ดังนั้นจึงเป็นความจำเป็นอย่างมากที่ FREELANCE ควรคำนึงถึงเงิรนสำรองที่มีในกระเป๋า ที่ควรจะเพียงพอต่อการใช้จ่ายอย่างน้อยหกเดือน หรือถ้าได้มากกว่านั้นก็จะยิ่งปลอดภัยครับ โดยเงินจำนวนนี้แนะนำให้ฝากไว้ในบัญชีออมทรัพย์ หรือกองทุนตลาดเงิน ที่สามารถนำเงินออกมาใช้ได้ในระยะสั้น เพื่อที่จะทำให้สามารถมีกระแสเงินสดเพียงพอใช้ ถึงจะไม่มีเงินก็ตาม

ปัญหาอีกข้อคือในเรื่องของสวัสดิการของ FREELANCE เพราะ FREELANCE จะไม่มีความคุ้มครองในด้านสุขภาพ แตกต่างจากข้าราชการ ที่มีสิทธิค่ารักษาจากการเบิกราชการ หรือพนักงานเอกชน ที่จะมีสิทธิประกันสังคม หรือประกันสุขภาพ ขึ้นกับแต่ละบริษัท แต่ FREELANCE เราต้องคุ้มครองตัวเองครับ ดังนั้นการเลือกทำประกันสุขภาพจึงเป็นสิ่งที่ลืมไม่ได้เลยสำหรับ FREELANCE เลือกลักษณะที่เหมาะสมกับตัวเองเป็นดีที่สุดครับ เพราะจะรอใช้สิทธิสามสิบบาทก็อาจไม่ครอบคลุมและเสียเวลา ถ้าหากสามารถทำประกันป้องกันความเสี่ยงไว้ได้ก่อนจึงเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยครับ

นอกจากนี้ FREELANCE จะมีข้อด้อยอีกอย่างนั่นคือ เป็นคนที่เครดิตดีสู้พนักงานประจำไม่ได้ครับ แล้วเครดิตมันสำคัญอย่างไร ใช่ไหมคะ หลายคนอาจยังสงสัย แต่เจ้าตัวเครดิตนี้มีความสำคัญอยู่ตรงที่ เวลาเราจะทำบัตรเครดิต หรือกู้เงินเพื่อซื้อของต่างๆครับ

บางคนอาจจะเถียงว่าบัตรเครดิตไม่จำเป็นกับฉันหรอกนะ เพราะฉันเป็น FREELANCE ร่ำรวยมีเงินมีทอง ไม่จำเป็นต้องรูดบัตรหรอก แต่จริงๆแล้วบัตรเครดิตมันมีข้อดีมากกว่าเพียงแค่การใช้เงินในอนาคตครับ เพราะการใช้บัตรเครดิตนั้น บางบัตรก็มีสิทธิได้รับเงินคืน 1% ถ้าเราใช้เดือนละหมื่น เราก็ประหยัดตังเดือนละ 100 บาทแล้วนะคะ หรือบางบัตรเครดิตยังสามารถสะสมแต่ม แลกเป็นคะแนนได้ด้วย และในปัจจุบันก็ยังมีร้านอาหารและห้างสรรพสินค้ามากมายที่ร่วมโปรโมชั่นกับบัตรเครดิต ได้ลดราคาหลาย 10% นะคะ

สำหรับการทำบัตรเครดิตนั้น บางธนาคารอาจยอมรับการใช้เงินฝากค้ำประกัน ถ้าเรามีมูลค่าเงินสูงพอ หรือบางธนาคารอาจอนุโลมให้ใช้ใบจ่ายภาษีปลายปีทดแทนแล้วหารรายได้เฉลี่ยเอาแทนได้ครับ

หรือการใช้เครดิตในการกู้เงินเพื่อซื้อต่างๆ เช่นกู้เงินซื้อบ้าน บางคนอาจบอกก็เก็บเงินให้ถึงแล้วค่อยซื้อซิ แต่พอเราเก็บเงินถึงแล้วราคาบ้านที่เราอยากได้มันอาจไปไกลเสียแล้วก็ได้นะคะ ดังนั้น ถ้าอยากได้ และคิดว่ากำลัง่อนของเราไหว ก็อาจจะต้องเลือกซื้อ

สำหรับเคล็ดลับในการกู้ซื้อบ้าน ฉบับ FREELANCE นั้นมีข้อที่น่าสนใจก็คือ ยิ่งเราดาวน์มากเท่าไร โอกาสที่จะกู้ผ่านก็จะมากขึ้นตามนั้น ทั้งนี้เพราะธนาคารผู้ปล่อยกู้ก็จะคิดว่าเขาคุ้มกับความเสี่ยง เช่น ถ้าเราดาวน์ไป 50% จากคอนโดราคาหนึ่งล้านบาท ถ้าเราชำระหนี้ไม่ได้จริงๆ ธนาคารก็จะน่าจะขายคอนโดจากการยึดทรัพย์ครั้งนั้นได้มากกว่าห้าแสนบาท ซึ่งเป็นทุนของธนาคารครับ นอกจากการดาวน์ที่มากกว่าพนักงานประจำแล้ว การมีใบจ่ายภาษีปลายปีก็เป็นสิ่งที่ช่วยได้มาก โดยอาจยื่นใบจ่ายภาษีปลายปี ต่อเนื่องย้อนหลัง 2-3 ปี เพื่อแสดงให้เห็นถึงกำลังความสามารถในการหารายได้ของเรา และการเดินบัญชีอย่างสม่ำเสมอก็จะชาวยให้ธนาคารพิจารณาปล่อยสินเชื่อเงินกู้ได้อย่าง่ายดายมากขึ้น เพราะธนาคารจะมองว่าเรามีความสม่ำเสมอของรายได้ครับ ดังนั้นถึงแม้เราจะรับเงินมาเป็นเงิดสด การยอมเสียเวลาไปฝากธนาคารเลย ก็จะทำให้ธนาคารมองว่าเรามีรายได้ที่เข้ามาอย่างสม่ำเสมอครับ นอกจากนี้การเก็บใบหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือสัญญาการจ้างงาน ก็จะช่วยในการพิจารณาสินเชื่อเช่นกัน

ขอบคุณรูปภาพจาก
https://pixabay.com